ยุคนี้เลือกประกันสุขภาพแบบไหน หมดกังวลเรื่องค่ารักษา

สิ่งหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนไม่สามารถหลีกหนีได้นั่นคือ การเจ็บป่วยจากโรคภัยต่าง ๆ ที่รายล้อมเต็มไปหมด ยิ่งในสถานการณ์โรคระบาด นอกจากจะต้องระมัดระวังตนเองอย่างดีที่สุดแล้ว ภาระค่าใช้จ่ายก็ต้องคอยเก็บออมเอาไว้ด้วย
AVC Insurance

AVC Insurance

ยุคนี้เลือกประกันสุขภาพแบบไหน หมดกังวลเรื่องค่ารักษา

SHARES

          สิ่งหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนไม่สามารถหลีกหนีได้นั่นคือ การเจ็บป่วยจากโรคภัยต่าง ๆ ที่รายล้อมเต็มไปหมด ยิ่งในสถานการณ์โรคระบาด นอกจากจะต้องระมัดระวังตนเองอย่างดีที่สุดแล้ว ภาระค่าใช้จ่ายก็ต้องคอยเก็บออมเอาไว้ด้วย เพราะไม่มีใครคาดคิดได้ว่าจะติดโรคร้ายแรงนี้เมื่อใด การวางแผนทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรตระหนักและใส่ใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการทำ ประกันสุขภาพ หรือ ประกันชีวิต เพราะอย่างน้อยหากเจ็บป่วยไม่ว่าจากโรคภัยใด ๆ ก็มีประกันที่คอยช่วยเหลือดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการรักษาได้ รวมถึงเงินชดเชยขาดรายได้ในกรณีที่เข้ารับการรักษาและนอนพักที่โรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน โดยวันนี้จะมาแนะนำวิธีเลือกประกันภัยสุขภาพที่เหมาะสมให้กับคุณและคนที่คุณรัก

Table of Contents

ยุคนี้เลือกประกันสุขภาพแบบไหน หมดกังวลเรื่องค่ารักษา

ที่มารูปภาพ: https://pixabay.com/photos/clinic-medical-health-care-disease-1807543/

ยุคนี้เลือกประกันสุขภาพแบบไหน หมดกังวลเรื่องค่ารักษา

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อ ประกันสุขภาพ

        เชื่อว่าหลายคนเมื่อต้องการที่จะซื้อประกันไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต, สุขภาพหรือแม้แต่ประกันภัย จะต้องมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างมาช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อ โดยเฉพาะการเลือกประกันที่สามารถให้ความคุ้มครองและครอบคลุมการรักษาทั้งหมดรวมไปถึงการเสียชีวิต ดังนั้นก่อนที่จะทำประกันควรสำรวจสุขภาพและสถานะทางการเงินของตนเองว่าอยู่ในเกณฑ์ใดเพื่อจะได้นำข้อมูลไปประเมินและเลือกประกันให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

• ค่าเบี้ยประกัน

        เบี้ยประกันจัดเป็นปัจจัยลำดับต้น ๆ ที่คนทำประกันส่วนใหญ่มักนำมาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณา เพราะแต่ละคนก็จะมีค่าเบี้ยที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ, เพศ, โรคประจำตัว รวมถึงอาชีพที่ทำอยู่ ดังนั้นในการคิดคำนวณค่าเบี้ย จึงไม่ควรเกิน 10-20% ของรายได้ตลอดทั้งปี เช่น หากเงินเดือน 20,000 บาท รายได้ต่อปีอยู่ที่ 240,000 บาท ดังนั้นค่าเบี้ยต่อปีควรอยู่ที่ 24,000-48,000 บาท

• วงเงินคุ้มครอง

       บ่อยครั้งที่หลายคนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันภัยสุขภาพเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะวงเงินคุ้มครองและรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษา เช่น ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าแพทย์ สิ่งเหล่านี้แต่ละกรมธรรม์จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน บางอย่างอาจครอบคลุม บางอย่างอาจไม่ครอบคลุม สมมติว่าราคาห้องพัก ทางกรมธรรม์ยินดีจ่ายให้ในราคาไม่เกิน 2,800 บาท/คืน แต่ห้องพิเศษที่เลือกใช้งานราคา 3,000 บาท/คืน ส่วนต่างอีก 200 บาท คุณจะต้องจ่ายเองทั้งหมด เป็นต้น ดังนั้น ในการเลือกวงเงินคุ้มครองหากเป็นไปได้อาจจะต้องเลือกวงเงินคุ้มครองสูงสุด จะได้ไม่ต้องเสียเงินอีกในภายหลัง

• โรงพยาบาลคู่สัญญา

       โดยปกติแล้วบริษัทประกันจะทำสัญญากับโรงพยาบาลชื่อดังหลาย ๆ แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ เพียงแค่ยื่นบัตรหรือแจ้งเลขที่กรมธรรม์ก็สามารถแอดมิทเข้าใช้บริการได้ในทันที ยิ่งถ้าเป็นวงเงินคุ้มครองที่สูงหรือเหมาจ่ายยิ่งได้รับความสะดวกสบาย ซึ่งจะเห็นถึงความแตกต่างจากผู้ป่วยที่ไม่มีกรมธรรม์ ต้องรอคิวตามลำดับ จึงจะสามารถเข้าใช้บริการได้

• สามารถใช้ในการขอลดหย่อนภาษีได้

        การซื้อประกันภัยสุขภาพโดยส่วนใหญ่จะไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้ แต่จะมีบางกรมธรรม์สามารถทำได้ เพราะโดยปกติแล้วจะเป็นในส่วนของประกันชีวิตเสียมากกว่าที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งผู้ซื้อจะต้องพิจารณาและเลือกให้ดี เพราะหากประกันภัยสุขภาพนั้นไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ก็เท่ากับว่าเงินที่จ่ายค่าเบี้ยไปนั้นเสียประโยชน์ไปส่วนหนึ่ง หากเป็นไปได้แนะนำให้ลงทุนซื้อเป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์พ่วงประกันภัยสุขภาพก็จะช่วยให้คุณมีเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญาและได้รับความคุ้มครองไปตลอดชีวิต หรือตามแต่สัญญาในกรมธรรม์กำหนดมา

• ในสถานการณ์โรคระบาด จะซื้อประกันแบบไหนดี

         ในปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหาไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างรุนแรงไม่เว้นแม้กระทั่งในประเทศไทย และยังไม่มีวัคซีนใดที่สามารถต้านเชื้อไวรัสได้แบบ 100% มีเพียงแค่ลดความรุนแรงของโรค ในขณะที่บริษัทประกันหลายแห่งต่างออกแคมเปญประกันโควิด เพื่อดึงดูดลูกค้าให้หันมาซื้อประกันเอาไว้เผื่อเวลาติดเชื้อจะได้รับการรักษาได้อย่างทันท่วงที บางแห่งการันตีจ่ายเงินชดเชยหากผลการตรวจพบว่าติดเชื้อโควิดจริงยินดีจ่ายเงินก้อนให้ทันที หรือจ่ายด้วยอัตราที่สูงหากมีการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด โดยจ่ายค่าเบี้ยเพียงไม่กี่ร้อยบาท ทำเอาหลายคนสงสัยว่าระหว่างประกันโควิดกับประกันภัยสุขภาพ ควรเลือกซื้อแบบไหนดีในสถานการณ์แบบนี้

        ซึ่งบอกตรง ๆ เลยว่า หากใครที่มีประกันภัยสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลว่าการรักษาจะไม่ครอบคลุม แม้จะได้รับเชื้อโควิด ทางกรมธรรม์ก็ยินดีที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ รวมถึงเงินชดเชยในกรณีขาดรายได้จากการเข้ารับการรักษาอีกด้วย ส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับวงเงินในการทำประกันและเงื่อนไข ในขณะที่ประกันโควิดจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโควิดเท่านั้น หากเป็นโรคอื่นทางกรมธรรม์จะไม่ให้ความคุ้มครอง ดังนั้นค่าเบี้ยจึงถูกกว่าประกันภัยสุขภาพโดยทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขการรับทำประกันโควิดที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่หลายคนไม่ได้อ่านหรือไม่เข้าใจ นั่นคือการที่ผู้ทำประกันจะทำประกันได้นั้นต้องได้รับการตรวจและประเมินก่อนว่าไม่เป็นผู้รับเชื้อหรืออยู่ภายในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งอาจจะต้องผ่านการกักตัวและเชื้อให้แน่ชัดจึงจะสามารถทำประกันโควิดได้ เพราะถ้าหากพบว่ามีการติดเชื้อ ณ วันทำสัญญาหรือหลังทำสัญญาไปแล้ว 7-14 วัน อาจโดนยกเลิกสัญญาได้

       ดังนั้น ในการเลือกทำ ประกันสุขภาพ จึงมีความคุ้มค่ากว่าการทำเพียงแค่ประกันโควิดเพียงอย่างเดียว อีกทั้งประกันโควิดเป็นแบบระยะสั้นต้องทำสัญญาปีต่อปี แต่ประกันภัยสุขภาพเป็นสัญญาระยะยาว หากส่งเบี้ยครบตามที่กำหนด กรมธรรม์ยังให้การดูแลและคุ้มครองคุณจนอายุสูงสุด 70-80 ปี

ที่มาข้อมูล

https://www.krungsri.com/th/planyourmoney/must-stories/life-plan/health-insurance-advice

https://www.aia.co.th/th/our-products/medical-protection.html

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี!

ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาคุณ